ชาวบ้านร้องสื่อถูกสาวแผนกสินเชื่อโกงเงินแต่คดีไม่คืบ

ตัวแทนชาวบ้านอำเภอท่าอุเทน จังหวัดนครพนม เข้าร้องสื่อหลังถูกพนักงานสาวแผนกสินเชื่อ ธกส.สาขาท่าอุเทน โกงเงินรวมกว่า 12 ล้านบาท แจ้งความไว้ที่ สภ.ท่าอุเทน ตั้งแต่เดือน ก.ย.ปี 60 ถึงวันนี้คดียังไม่คืบหน้า ขณะที่สาขาต้นสังกัดยังส่งใบแจ้งหนี้กับลูกค้าตามปกติ

นางประหยัด เจริญราษฎร์ อายุ 41 ปี ชาวบ้านหมู่ 3 ตำบลท่าอุเทน เป็นแกนนำพาชาวบ้านเข้าร้องเรียนกับผู้สื่อข่าว โดยนำเอกสารทั้งใบแจ้งหนี้จาก ธกส.ฯ และสำเนาใบแจ้งความของเจ้าหน้าที่ตำรวจมาให้ดูด้วย

นางประหยัด บอกว่าชาวบ้านซึ่งเป็นลูกค้า ธกส.สาขาท่าอุเทน รวมกลุ่มกันไม่น้อยกว่า 10 คน เสนอขอกู้เงินโดยใช้วิธีค้ำประกันกันไปมา โดยมี น.ส.ศศิธร หรือปุ๋ย หอมดวง อายุ 36 ปี เป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายสินเชื่อ ธกส.ฯนานกว่า 5 ปี คอยบริการเรื่องต่างๆให้ทุกอย่าง

โดยเมื่อประมาณเดือน มี.ค.60 ชาวบ้านกลุ่มนี้ยื่นเรื่องขอกู้เงินขั้นต่ำคนละ 20,000-250,000 บาท ซึ่งการเซ็นสัญญากู้เงินทำกันบนชั้น 2 ของอาคาร ธกส.ท่าอุเทน

นางประหยัด เล่าว่าในส่วนของตัวเองขอกู้เงินแค่ 50,000 บาท แต่เมื่อเรื่องแดงขึ้นมา กลับมียอดหนี้มากถึง 400,000 บาท ขณะที่คนอื่นในกลุ่มกู้มากบ้างน้อยบ้างคละเคล้ากัน บางคนกู้เงิน 80,000 บาทง แต่ปรากฏยอดหนี้ 130,000 บาท พยายามสอบถาม น.ส.ปุ๋ย บ่ายเบี่ยงอ้างว่าระบบข้อมูลผิดเดี๋ยวจะแก้ไขให้

ส่วนอีกราย นางไคศรี ยะสา อายุ 60 ปี มีหนี้อยู่กับ ธกส.ท่าอุเทน 500,000 บาท ส่งต้นและดอกเบี้ยสม่ำเสมอ ต่อมาทำประกันชีวิตให้ลูกสาวที่ไปทำงานต่างประเทศปีละ 12,000 บาท จ่ายเบี้ยประกันทุกปีไม่เคยขาด ภายหลัง น.ส.ปุ๋ย อาสารับเงินต้นพร้อมดอกเบี้ยและเงินประกันชีวิตส่งธนาคารแทน เห็นเป็นเจ้าหน้าที่ธนาคารจึงมอบเงินให้ไปครั้งละ 47,000 บาท ปรากฏว่าลูกสาวประสบอุบัติเหตุระหว่างทำงานนิ้วขาด 3 นิ้ว จึงยื่นเรื่องขอสินไหมจาก ธกส.ท่าอุเทน พนักงานคนหนึ่งบอกว่าตนไม่ได้ส่งเบี้ยประกันมาหลายปีแล้ว จึงหมดสิทธิ์ในการจะได้สินไหมทดแทน และเงินที่ใช้หนี้ก็ยังเหมือนเดิม น.ส.ปุ๋ยไม่ได้นำมาชำระหนี้ให้แต่อย่างใด

นางประหยัดกล่าวต่อว่า หลังมีการรับเงินก็ยังไม่ได้ใบแจ้งยอดหนี้ จนถึงเดือน ส.ค.60 ผู้ใหญ่บ้านมาบอกให้ไปดูยอดหนี้ที่ธนาคาร เพราะ น.ส.ศศิธรหรือปุ๋ยปฏิบัติหน้าที่ทุจริต จึงชักชวนเพื่อนในกลุ่มพากันไปขอดู แต่ละคนเห็นยอดหนี้ถึงกับเป็นลม เพราะมียอดหนี้สูงเกินจริงทุกราย ระหว่างเกิดเรื่องทาง ธกส.ท่าอุเทน ไม่ได้ดำเนินการแจ้งความใดๆ แค่สั่งย้าย น.ส.ปุ๋ยไปประจำอยู่ที่สาขานครพนมแทน ตนเห็นความไม่ชอบมาพากลจึงโทรศัพท์ไปบอกนักจัดรายการสถานวิทยุคลื่นหนนึ่ง ให้ออกข่าวว่ามีพนักงานสินเชื่อ ธกส.สาขาท่าอุเทน โกงเงินลูกค้า และทางธนาคารยังเพิกเฉย จากนั้น น.ส.ปุ๋ยก็หายหน้าหายตาไปเลย พวกตนจึงพากันแจ้งความในข้อหาฉ้อโกงประชาชนไว้ที่ สภ.ท่าอุเทน รวมผู้เสียหาย 39 ราย มูลค่ากว่า 12 ล้านบาท

ต่อมา น.ส.ปุ๋ย ย้ายไปที่ ธกส.นครพนม ยอมรับสารภาพว่าติดการพนันอย่างหนัก โดยจะข้ามไปเล่นการพนันในบ่อนกาสิโนประเทศเพื่อนบ้าน เมื่อไม่มีเงินก็ซิกแซกเอาเงินลูกค้าไปเล่นจนหมดตัว และจะกลับบ้านไปขายนามาใช้หนี้คืน ถึงปัจจุบัน น.ส.ปุ๋ย ปิดเครื่องไม่สามารถติดต่อได้ ขณะที่ทาง ธกส.ก็ไม่ยอมให้ความกระจ่าง อ้างว่าต้องรอทางส่วนกลางมาสอบสวน มีมาสอบปากคำแล้วไม่น้อยกว่า 2 ครั้ง ทุกอย่างยังเงียบเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทางตำรวจก็อ้างว่าออกหมายจับไปแล้ว จึงอยากให้ผู้ที่เกี่ยวข้องยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ

ขอบคุณข้อมูล จาก ch3